
อ่าวโยะโกะฮะมะ (Yokohama Bayside Area) มีหอคอยมารีนโยะโกะฮะมะ (Yokohama Marine Tower) เป็นสัญลักษณ์มาตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษที่ 60 เมื่อมีการสร้างให้เป็นอนุสรณ์ตอนท่าเรือโยะโกะฮะมะ (Yokohama Port) อายุครบ 100 ปี ซึ่งปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวมากกว่า 25 ล้านคนแล้วเดินทางมายังจุดชมวิวบนชั้น 30 เพื่อชมทิวทัศน์พระอาทิตย์ตกดิน พร้อมภาพย้อนแสงของภูเขาไฟฟูจิอันตระการตา ส่วนพื้นที่อ่าวโยะโกะฮะมะคือพื้นที่พักผ่อนอันดีงาม ทั้งสวนสาธารณะยะมะชิตะ (Yamashita Park) สวนสาธารณะโซโนะฮะนะ (Zou no Hana) โกดังอิฐแดง (Yokohama Red Brick Warehouse) และโซนมินะโตะมิไร (Minato Mirai) โดยแผ่นดินบริเวณนี้ทั้งหมดสร้างขึ้นจากการถมทะเลด้วยซากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในภูมิภาคคันโต (Great Kanto Earthquake ปีค.ศ. 1923) อันแสดงถึงความล้ำหน้าด้านวิศวกรรมในยุคนั้น

สวนยะมะชิตะเป็นสวนสาธารณะริมทะเลเแห่งแรกของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวอันร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ สวนดอกกุหลาบ รูปปั้นแนวตะวันตก ฯลฯ ระเบียงเลียบทะเลยาว 700 เมตร ที่สร้างในปีค.ศ. 1930 โดยมีม้านั่งตลอดแนวไว้เอกเขนกชมทิวทัศน์โดนเฉพาะ ทั้งท้องทะเลตัดกับเส้นขอบฟ้า สะพานแขวนโยะโกะฮะมะ (Yokohama Bay Bridge) ท่าเรือยะมะชิตะ (Yamashita Wharf) เรือเดินสมุทรฮิงะวะมะรุ (Higawamaru Ocean Liner) ตลอดจนบรรยากาศดีๆ เช่น ฝูงเป็ดลอยคอเหนือผิวน้ำ นกทะเลบินโฉบเฉี่ยวไปมา อิริยบถพักผ่อนของผู้คน ฯลฯ

จนสุดแนวสวนจะมีศิลปินเปิดหมวกสร้างความสุขบนลานกิจกรรม บริเวณนี้จะมีร้านสะดวกซื้อ และคาเฟ่ริมทะเลที่มีลานกลางแจ้งเปิดรับแสงแดดอุ่น รวมทั้งเป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางเดินลอยฟ้าเชื่อมจุดสำคัญต่างๆ บนพื้นที่อ่าวด้วย



จากสวนยะมะชิตะเชื่อมสู่สวนโซโนะฮะนะ (Zou no Hana Park) และระเบียงโซโนะฮะนะ (Zou no Hana Terrace) ที่นี่คือบริเวณริมทะเลกว้างขวางถึง 33,000 ตารางเมตร (3.3 เฮกเตอร์) ที่กำหนดให้เป็นจุดสร้างภาพลักษณ์เมืองแห่งความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยจากทั่วโลก และยังต้องการให้เป็นสัญลักษณ์เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันอีกด้วย เนื่องจากในอดีตนั้นเคยเป็นท่าเรือค้าขายกับต่างชาติมาก่อนนั่นเอง จึงเสมือนเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมกับโดยปริยาย นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังมีบทบาทเป็นศูนย์กลางอ่าวโยะโกะฮะมะด้วยเส้นทางเดินเชื่อมไปสู่ท่าเรือโดยสารนานาชาติโอซัมบะชิ (Osanbashi Yokohama Passenger International Terminal) ที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย

Zou no Hana มีที่มาจาก Zou แปลว่าช้าง และ Hana แปลว่าจมูก เพราะเดิมพื้นที่ส่วนหนึ่งคล้ายงวงช้าง (Elephant’s nose) ก่อนพัฒนาจนเกิดภูมิทัศน์อันสวยงาม และกลมกลืนกับส่วนต่างๆ ในปัจจุบัน เช่น พื้นที่สีเขียว จุดชมวิวบนเนินไต่ระดับ เขื่อนป้องกันทะเล (Breakwater) คลื่นลานไม้ (Rolling Wave) และคาเฟ่ริมทะเล (Zou no Hana Cafe) ที่เสิร์ฟคราฟเบียร์ และมี “ช้าง” เป็นแนวความคิดในการออกแบบด้วย ทั้งรูปปั้นช้างเพร์รี่ (ชื่อเดียวกับนาย Matthew C. Perry หรือนายพลเพร์รีผู้มีบทบาทต่อการเปิดท่าเรือโยโกฮาม่าในอดีต) ภาพวาดช้างสีฟ้า (Blue Elephant) สินค้าที่ระลึก การออกแบบเมนู ฯลฯ



สวนโซนะฮะนะยังเชื่อมไปสู่โกดังอิฐแดง (Yokohama Red Brick Warehouse) และย่านเศรษฐกิจมินะโตะมิไร (Minatomirai) สำหรับโกดังอิฐแดงก่อสร้างแบบตะวัน และเคยใช้เก็บสินค้าจากท่าเรือ ก่อนเลิกใช้งาน โดยปัจจุบันได้พัฒนาเป็น Community Mall เพื่อรักษาคุณค่าสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และบรรยากาศวัฒนธรรมร่วมสมัยไว้ จึงเป็นแหล่งกินดื่มช้อปริมทะเล พร้อมลานกิจกรรมในฤดูกาลต่างๆ เพื่อให้ผู้คนมาสังสรรค์ด้วย เช่น เทศกาลเบียร์ในฤดูใบไม้ร่วง เทศกาลดนตรีในฤดูร้อน และลานสเก็ตน้ำแข็งในฤดูหนาว ซึ่งขณะนั้นกำลังสนุกสนานกันอย่างเต็มที่ท่ามกลางอากาศเย็นสุดขั้ว


